個人檔案Prelude & Fugue相片部落格清單 工具 說明

Kantavat Pittipol

第 1 張 / 共 111 張

Prelude & Fugue

วันวุ่นวายของชายขี้บ่น
5月25日

ข้อความ

 
ช่วงนี้อากาศก็ยังร้อนเหมือนเดิม แถมยังรถติดอีกต่างหาก
ก็ตอนนี้ เด็กๆเค้าเปิดเทอมกันหมดแล้วนี่นา ก็เลยรถติด
แต่ว่า พวกเราเด็กมหาลัย ยังไม่เปิดเทอม หุหุ
เป็นข้อดีจริงๆ ของการไม่ทำงานแต่หนีมาเรียนต่อ อิอิ
 
อยากดูบอลก็ดูได้ ถ้าทำงาน สงสัยอดดูแหงๆ
อยากเล่นเกมส์ก็ได้ ถ้าทำงาน สงสัยอดเล่นแหงๆ
อยากนอนอุตุอยู่บ้านทั้งวันก็ได้ สงสัยอดอุตุแหงๆ
อยากทำอะไร ก็ได้ มีอิสระเสรี อิอิ
 
แย่อย่างเดียว คือ... ไม่ค่อยมีตังค์ -_-'
 
ช่วงนี้ จนสุดๆ เป็นสุภาพบุรุษถังแตก
นี่ขนาดสอนเปียโนเยอะแล้วนา ยังมีตังค์ไม่ค่อยพอใช้เลย
เรียนก็อย่างนี้ล่ะคับ ต้องทำใจ ต้องอดเปรี้ยวไว้กินหวาน หวังว่าจบไปแล้ว ค่อยกวาดตังค์ อิอิ
 
ช่วงนี้ ไปมหาวิทยาลัย เขียนโปรแกรม ทำ Thesis ทุกวันเลย
อยู่หน้าจอคอม วันละ 6 - 7 ชม. (รวมเวลา เล่นเกมส์ กะ ดูหุ้นด้วยนะ) :P
นับว่าเหนื่อยทีเดียว โดยเฉพาะ การที่เราใช้สายตามาก และก็ต้องนั่งอยู่กะที่นานๆ ไม่ดีเลย
อยากหาเวลาไปออกกำลังกายมั่งจัง อยากตีแบดกะเทนนิสมากๆ
แต่ว่า ไม่มีคนไปตีด้วยอ่าสิ (ชวนก็ไม่อยากไป เพราะร้อน .. หุ หุ หุ)
เค้าน่าจะมีคน ทำสนามเทนนิส กะคอร์ดแบด ในห้องแอร์เนอะ เหอะๆ..  สงสัยค่าเล่น จะแพงน่าดู
 
ช่วงนี้ พอดีว่าได้เปิดอ่าน SMS ในเครื่อง ก็เลยนึกถึงเพลงนี้ขึ้นมาทันที
ยังนึกแปลกใจอยู่เลยว่า เอ.. สมัยนั้น มีมือถือกันแล้วเหรอ ตอนเราอยู่ ม. 4 - 5 ราวๆนั้นอ่ะ
มันก้อคงมีนะ แต่ว่ายังไม่แพร่หลายมาก มันแพงนี่นา ไอเรา มันก็แค่เด็ก ร.ร.วัดจนๆ T_T
 
ปกติแล้ว เพลงทั่วไป จะแต่งเนื้อตามกระแสสังคมนะ แต่ว่าเพลงนี้เนี่ย แต่งออกมาก่อนมือถือ จะแพร่หลายตั้งนาน
แถมสมัยนั้น SMS ก็ยังไม่เป็นที่นิยม ส่วนใหญ่ มีมือถือ ก็เอาไว้โทรกัน ไม่ค่อยมีคนส่ง SMS กันหรอก
นี่เค้าเล่นมองการณ์ไกล แต่งดักเอาไว้เป็น ปีๆ เลยนะ สงสัย ถ้าทำธุรกิจ คงรวยไปแล้ว มองการณืไกลเหลือเกิน :P
 
เอ แต่ฟังไปฟังมา เค้าพูดแค่ ข้อความ นี่นา ไม่ได้พูดถึง SMS ซะหน่อย เราคิดไปเองป่าวเนี่ย +_+'
แต ... ก็คิด้อีกย่างน้ ว่าแต่งเนื้อเพลงเนี่ย เค้าแต่งแบบ Multiuse ด้วย
คือหมายถึงข้อความจดหมายก็ได้ SMS ก็ได้  นี่..  อารายจะเทห์ขนาดนี้
เห็นมั้ย รุ่งทางด้านธุรกิจจริงๆด้วย มองการณ์ไกลมากๆ :P
 
เออ...  อีกอย่างที่แหม่งๆของเพลงนี้คือ คำว่าข้อความ มีแต่ท่อนธรรมดา ไม่มีอยู่ในท่อน Hook
สมัยก่อน ผมจำเพลงนี้ได้ จากท่อน Hook แต่จำท่อนธรรมดาไม่ได้ ก็เลยไม่รู้ว่าเพลงนี้ ชื่อเพลงอะไร เหอะๆๆ  แปร่ว
 
อ่ะ ไป ไป.. ไปฟังเพลงน้กันเหอะครับ
 
 
http://music.mercigod.com/play.php?songid=435

เพลง : ข้อความ ศิลปิน : Pause อัลบั้ม : Mild

จะอยู่ไกลห่างสักเท่าไหร่
สิ่งหนึ่งที่ยึดใจเราอยู่ ไว้ไม่ให้เราห่างกัน
คือความห่วงใยที่เธอให้ฉัน
คำพูดเหล่านั้น ที่เธอคอยส่งมา

ให้ฉันได้รับรู้ ให้ฉันนั้นได้มั่นใจ
ไม่มีสิ่งไหนที่จะลึกซึ้งถึงคุณค่า
ผ่านมาจากถ้อยคำนั้น ผ่านมาจากสายตาฉัน
และสิ่งๆนั้นบอกฉันให้รู้ตลอดมา

ฉันและเธอจะเดินไปด้วยกัน
ไม่ว่าจะทุกข์หรือว่าจะสุขสันต์ ฉันจะมีเธอข้างกาย
วันเวลาจะนานสักเพียงไหน
เพื่อนฉันคนนี้นั้นไม่มีวันห่าง และไม่มีวันจากไปไหน

ในวันที่ฉันไม่มีใคร
เปิดอ่านข้อความเก่าๆ ช่างมีความหมายจากวันนั้น
คือความห่วงใยที่เธอให้ฉัน
ข้อความเหล่านั้น ที่เธอคอยส่งมา

ให้ฉันได้รับรู้ ให้ฉันนั้นได้มั่นใจ
ไม่มีสิ่งไหนที่จะลึกซึ้งถึงคุณค่า
ผ่านมาจากถ้อยคำนั้น ผ่านมาจากสายตาฉัน
และสิ่งๆนั้นบอกฉันให้รู้ตลอดมา

ฉันและเธอจะเดินไปด้วยกัน
ไม่ว่าจะทุกข์หรือว่าจะสุขสันต์ ฉันจะมีเธอข้างกาย
วันเวลาจะนานสักเพียงไหน เพื่อนฉันคนนี้นั้นไม่มีวันห่าง
 และไม่มีวันจากไปไหน

 
ฟังเพลงนี้แล้ว ก็คิดถึงวง Pause จัง ไม่น่ารีบคิดสั้นเลย ผมชอบวงนี้มากๆเลยนะ สมัยก่อนอ่ะ
พอเอาเพลงเก่าๆกลับมาฟัง ก็ยังรู้สึกว่า เนื้อเพลงกะแนวเพลง ไม่ตกยุคเลย
ถึงแม้ว่า ดนตรีประบ จะ เก่า แล้วก็ กระป๋อง ตกยุคไปมากๆแล้ว ก็ยังฟังได้เรื่อยๆ
 
สมัยก่อน ผมไม่เคยให้ของขวัญใคร แล้วแนบการ์ดเลย
ส่วนหนึ่ง เพราะว่าไม่รู้ความคัญของ Card (จริงๆคือ ขี้เกียจเขียนน่ะครับ
... แต่จริงๆ ขี้เกียจคิดมากกว่า เพราะว่า กว่าจะเขียนได้สัก 5 - 6 ประโยคเนี่ย มันคิดน๊านนาน)
แต่พอเรา ได้รับของขวัญเป็น Card แล้ว ผมถึงได้เข้าใจ
 
สิ่งที่มีค่าของ Card ไม่ใช่กระดาษหรอกครับ ถึงมันสวยแค่ไหนก็ตาม
แต่มันคือข้อความที่อยู่ใน Card ต่างหาก มันทำให้เราได้กลับไปนึกถึงเหตุการณืต่างๆ ในวันนั้น
แล้วก็ ทำให้เราได้รับรู้ถึงความปรารถนาดี ของผู้ที่ได้ Card นั้นกับเรามา
เราได้รู้ด้วยว่า แต่ละคำพูด แต่ละข้อความที่อยู่ใน Card นั้น มันช่วงมีความหมายเหลือเกิน
 
... หรือเป็นเพราะเราแก่แล้ว ... ก็เลยชอบระลึกความหลัง ...  อืม เป็นไป ได้
 
ต่อไปนี้ เวลาให้ของขวัญใคร อย่าลืม Card นะครับ
แล้วก็หาของขวัญไม่ได้ ไม่ต้องให้ของขวัญ แต่ให้ Card ที่เขียนข้อความดีๆ ดีกว่า
ให้ความรู้สึกที่ดีกว่า แล้วก็เอาใจใส่กว่าเยอะเลย
ของขวัญ มีค่าที่สุดในวันแรกที่ให้ไป แล้วก็จะค่อยๆด้อยค่าลงเรื่อยๆ
แต่ว่าข้อความใน Card กลับมีค่ามากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป
(นอกจากนี้ ยังช่วยเราประหยัดตังค์ด้วย ยิ่งตอนที่ถังแตก แบบนี้ หุหุหุ)
 
วันนี้  ถ้าใครที่ไม่เคย เข้าใจคุณค่าของข้อความมาก่อน
ลองกับอ่านข้อความเก่าๆ ใน SMS และ Card ต่างๆที่คุณเคยได้สิครับ แล้วคุณจะรู้ว่า มันมีค่า :D
 
 

4月26日

สัญญา

 
หลังจากที่ร้อนมาหลายวัน ร้อนจนไม่น่าเชื่อว่ามนุษย์จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้
เพราะว่าร่างกายคนเรา มีอุณหภูมิ 37 องศา
แต่ได้ยินข่าวมาว่า อากาศร้อน 39 - 40 องศา ....  แล้วคนเรามันจะอยู่ไปได้ยังไงเนี่ย
ออกนอกบ้าน เหงื่อไหลไม่หยุดเลย ไม่ทันได้ทำอะไร แค่เดินไปมานอกบ้านแป็บเดียวก็หมดแรงแล้ว
 
แต่แล้ว เมื่อวานนี้ ก็มีสิ่งไม่คาดฝันเกิดขึ้น ... นั่นก็คือ มีฝนครับ ฝนตกลงมา
ค่อยยังชั่วหน่อย ไม่งั้น สงสัย ต้องมีคนเป็นลมตายเพราะอากาศร้อนแน่ๆเลย
(แต่ทำไมต้องมาตก ตอนที่เราอยู่นอกบ้านด้วย -_-"
 
คนเรานี่ก็ลำบากนะ ร้อนไปก็ไม่ดี หนาวไปก็ไม่ดี
ก็แน่ล่ะ คนเรา มันเป็นสัตว์เลือดอุ่นนี่นา ก็เลยต้องพยายามรักษาอุณหภูมิร่างกายให้คงที่
 
พออากาศเย็นสบายแล้ว ก็มานั่งฟังเพลงสบายๆกันดีกว่า
 
อยากฟังเพลงเย็นๆ สบายๆ ซึ้ง ก็เลยเอาเพลงนี้ขึ้นมาฟังครับ
เพลงสัญญา ของพี่บอย โกสิยพงษ์
 
เพลงนี้ version ที่เป็น String ผมไม่ค่อยชอบ โดยเฉพาะเสียงมือถือ
มันก็ ok นะ Idea กระฉูด แต่ ... ไม่เห็นจะฟังแล้วเข้าท่าเลย
 
แต่พอได้ยิน version Acoustic โอ้ว จอร์จ ... ผมชอบมาเลย (เพราะเป็นเปียโน อีกแล้วสินะ)
แค่ฟัง introduction ก็ชอบแล้ว เพราะว่า... มันเจ๋งดี ... (ไม่รู้จะบรรยายยังไง)
แต่ถ้าได้ฟังเปรียบเทียบ 2 version แล้ว ก็คงจะเห็นด้วยเองล่ะ

http://music.trueworld.net/listen/fullTrack.jsp?guid=20050818153814644481  (Acoustic)

http://music.trueworld.net/listen/fullTrack.jsp?guid=20050818153614781857

Artist : บอย โกสิยพงษ์
Title : สัญญา
Album : -

แม้ว่าไม่ได้พบกัน แต่ฉันก็มีเธอใกล้ๆ 
แม้เธอนั้นอยู่แสนไกล แต่ฉันก็มั่นใจว่าทั้งสองเรา 
จะต้องผ่านพ้น วันคืนที่เหงา 
เพราะหัวใจ สองเราไม่ห่างกัน 

* อย่ากลัวว่าวันเวลาจะทำให้เธอต้องเสียใจ 
หรือความห่างไกลจะทำให้ใจฉันไหวหวั่น 
ข้อความเหล่านี้ ทุกๆคำ จะคอยแทนคำสัญญา
ให้เธอได้รู้ว่าไม่ว่ามันจะนานสักเท่าไหร่
จะไม่มีใครมีความสำคัญและสูงค่า 
ให้คำพูดฉัน แทนคำสัญญาให้รู้ว่า (รักเธอ) 
เป็นไงบ้างครับ ชอบรึป่าววว
เพลงของค่ายพี่บอยเนี่ย ผมชอบมากเลยนะครับ
เพราะว่า ทำนอง melody เค้าค่อนข้างดี เกือบทุกเพลงเลย
แต่คำร้องเนี่ย ถ้าฟังรวมๆ ก็ซึ้งดี แต่ถ้าฟังแบบละเอียดๆ จะรู้สึกเนื้อหา มันวนไปวนมา ฟังแล้วไม่ค่อยรู้เรื่องนิดนึง
 
เพราะว่าพี่บอย เค้าคงถนัดเขียนเนื้อเพลงแบบ พรรณาโวหาร มากกว่าบรรยายโวหารมั้ง
 
แล้วก็ฟังไป ฟังมาเนี่ย มันก็เหมือนเพลงเดียวกันที่เอามาแต่งใหม่นั่นล่ะ
ฟังยังไง ก็ฟังออก ว่าเค้าแต่ง เพลงว่า สไตล์เค้าก็ประมาณนี้ละครับ
 
ไม่ใช่เรื่องแปลกหนอกครับ เพราะว่า ศิลปิน เค้าก็มันสไตล์ มีความคิดเป็นของตัวเองที่เปลี่ยนไม่ได้อยู่แล้ว
แต่ผมก็ชอบ ที่เพลงเค้าเนื้อหาเป็น Positive เกือบทั้งหมด
ไม่ใช่ไปแย่งใคร เป็นมือที่ 3 รักคนนี้ประชดคนนั้น น้ำเน่าตลาดแตก
สรุปว่า เพลงขอเค้าเนี่ย มีวัตถุประสงค์ให้คนฟัง สบายใจและมีความสุขนั้นเองครับ
สิ่งนี้ล่ะ เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้พี่บอย เป็นศิลปินในดวงใจของหลายๆคน
 
พอมาพูดถึงเรื่องดนตรีเนี่ย บอกตามตรงว่า วง String ยังด้อยกว่า Grammy มาก
แต่พอทำเป็น Acoustic โดยเฉพาะ เปียโนเนี่ย ก็ดีกว่ามาก เช่นกัน
หลังๆมานี้ ทางค่าย Love is ก็ออกไปทาง Jazz เยอะๆ
ผมเองก็ชอบ เพราะผมฟัง Jazz อยู่แล้ว แต่ว่าถ้าคนที่ไม่ชอบ Jazz หรือไม่เคยฟัง Jazz คงจะไม่ชอบเเน่ๆ
เพราะว่าดนตรี แบบ Jazz ฟังค่อนข้างยาก ไม่ค่อยถูกหูคนไทย
มีช่วงนึง Grammy พยายามจำทำเพลง Jazz เหมือนกัน มีเพลงนึง ให้พี่เบิร์ด ธงไชย ร้องด้วย ผมชอบมากเลย แต่จำชื่อเลพงไม่ได้
แต่เพลงก็ไม่ดัง ขายไม่ออก สุดท้าย Grammy ก็ไม่หันกลับไปทำ Jazz อีกเลย
(โบ สุนิตา หรือ ดา เอนโดรฟิน ที่ร้อง เย้วๆๆ ผมไม่ถือเป็น Jazz นะครับ เพราะดนตรีเป็น String แต่ร้อง improvise เท่านั้นเอง)
 
ออกนอกเรื่องไปไกลเลย :P
สรุปว่า ถ้าคนเรา ได้เคยสัญญาอะไรไว้ ก็ต้องรักษาสัญญาให้ได้
 
การรักษาสัญญาทางวาจา เนี่ย ใครๆก็ทำได้ แต่ว่ารักษาสัญญาทางใจเนี่ย ยากและลึกซึ้งกว่า
เพราะว่า บางคนอาจจะรักรักษาสัญญา เพียงเพราะได้เคยเอ่ยปากไปแล้ว ก็เลยต้องทำ
แต่ถ้าเรารักษาสัญญาที่ได้เคยให้ไว้ อย่างเต็มใจ และมีความสุขที่ได้รักษาสัญญา
นั่นต่างหาก คือการรักษาสัญญาที่แท้จริง แล้วมีคุณค่าอย่างแท้จริง
 
ดังนั้น เวลาจะรักษาสัญญา ก็ขอให้รักษาด้วยใจ และมีความสุข ที่สัญญานั้น ยังคงอยู่ แล้วมีความสุขที่จะได้ทำให้มันคงอยู่ตลอดไป นะครับ :D
 
ง่า.... อากาศร้อนอีกแล้ว ฝนตกเมื่อวาน แดดออก ร้อนเปรี้ยงอีกแล้ว ... ไปนอนตากพัดลมละนะ
 
4月17日

เฉียด

 
ในที่สุด สงกรานต์สุดร้อน ก็ได้ผ่านไปเรียบร้อยแล้ว
ก่อนหน้าวันสงกรานต์ไม่กี่วัน ฟ้าครึ้มๆ แล้วก็ฝนตก นึกว่าสงกรานต์ปีนี้ จะเย็นสบายๆ ซะอีก
ที่ไหนได้ ....  ก็ยังร้อนอยู่ดี
 
วันอาทิตย์ที่ 15 ที่ผ่านมานี้ ไปงานบวชของน้องที่ชมรมคอรัสมา
บวชก็ไม่ใกล้ ไม่ไกล ที่วัดบวร นี้เอง
จริงๆ ผมก็เคยได้ยินชื่อวัดบวรมานานแล้ว แล้วก็เคยไปแถวๆบางลำภูมาหลายที
.... เพิ่งจะรู้ว่า วัดที่เห็นบ่อยๆวัดนี้ ...  คือวัดบวรงั้นเหรอ  งืม งืม งืม
เรียกว่า เฉียดไปเฉียดมา ก็ว่าได้
 
งานบวชน้องเค้า เหมือนงาน Meeting คอรัส เลย มีคอรัสมาเต็มไปหมด
เพราะส่วนใหญ่ ก็สนิทกะน้องที่บวชคนนี้ ทั้งนั้นเลย
น้องเค้าฟิตมากๆ เห็นว่า จะบวช 2 เดือนแน่ะ แถมไปปฏิบัติที่ อุดรธานี แน่ะ
 
จะว่าไป น้องคนที่บวชเนี่ย เค้าสัญชาติ จีนนะ ... แล้วเราสัญชาติไทย แต่ยังไม่ได้บวชเนี่ย ชักแหม่งๆ
กะว่า เดี๋ยว  เรียนป.โท เสร็จ ค่อยบวชละกัน ตอนนี้ ตั้งใจเรียนไปก่อน
 
ไปงานบวชแถวนั้น ก็ใกล้ๆตรอกข้าวสาร แต่ว่าไม่ได้แวะไปเที่ยวหรอก
เพราะว่าร้อน Max กลับบ้าน นอนดีกว่า สบายใจ อิอิ
กลับมาเพิ่งสังเกตว่า เฮ้ยย  เราดำขึ้นขนาดนี้เชียว (เอ๊ะ หรือว่า ดำลง หว่า...) ออกไปวัดแป็บเดียวเอง
 
ตอนนี้ ไปห้างที่ไหน ก็เปิดแต่เพลงสงกรานต์
"วันนี้ เป็นวันสงกรานต์ ...." " ...  เจ้าดอกบุษบก ..." " วันนี้วันดีปีใหม่ ท้องฟ้าแจ่มใสพาใจสุขสันต์..."
 
แต่ ... ก็คงไม่อิน จนเอามาเขียนใน Blog หรอกนะ ไม่งั้น เดี๋ยวฮา ..เหอะๆๆๆ
 
กลับมาฟังเพลงกันดีกว่า ยังคงไม่ไปไหนนะครับ ยังคงนอนอยู่บ้าน กะเพลง Series โต๋
ผมชอบเพลงๆนี้มากเลย ชอบที่ Melody กะ Chord นะครับ
จำได้ว่าชอบตั้งแต่อัลบั้มแรกแล้วล่ะ แต่ว่าเวลาดูชื่อเพลง .... เพลงชื่อ เฉียด ......
ยังกะหนังสยองขวัญงั้นล่ะ อารมณ์เดียวกะ แฝด รึป่าวครับ ....
 
เพิ่งจะมาเข้าใจพอได้ฟังอัลบั้มนี้ อ้อ .... ฉียด คืออย่างงี้ นี่เอง ....
แต่เพลงนี้ ก็เนื้อแหม่งๆ หลายที่นะ ใช้ภาษา แปลกๆ
เช่น ตรงท้ายที่ว่า "กล้าเปิดเผยได้เลย สักที" ..... ทำไมต้อง ... ได้เลย... ด้วยละ
ฟังแล้วขำ คิดถึงโฆษณา อารมณ์ว่ามีคนนึงขอให้คนนึง ช่วยทำอะไรให้ แล้วก็ตอบกลับมาว่า "ได้เลย จอร์จ มันเยี่ยมมาก ..."
ถ้ายังนึกไม่ออก เวลาร้องเพลงนี้ พอถึงท่อนนี้ ให้ทำนิ้วแบบ "ถูกต้องนะคร้าบบบ" ชี้ไปข้างหน้า ตรงคำว่า ได้เล้ย ก็จะได้ อารมณ์มาก
(หมดกัน เพลงเค้า ซึ้งๆ โดนเรา ถลุงซะ ...)
 
ตรง intro ของเพลง ก็ให้อารมณ์และกลิ่นไอ ของ Jazz เล็กน้อย โดนเฉพาะตรง Chord B flat 7 (#11) (flat 13)
ใส่ได้ถูกที่ ถูกเวลา มากๆ ได้อารมณ์จริงเล้ย (พูดเป็นภาษาวัยรุ่นว่า ได้เล้ย...)
 
ลองไปฟังดูดีกว่า  .... 
 
http://music.jajar.com/play.php?a=002328
 
ชื่อเพลง/Title : เฉียด
ศิลปิน/Artist : โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร
อัลบั้ม/Album : Living In C Major

อยากจะบอกให้เธอเข้าใจ ว่าภายในของฉันหวั่นไหว
เมื่อเวลาที่ได้อยู่ใกล้เธอ ใกล้เธอ

แต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ข้างในใจวุ่นวายเสมอ
โดยเฉพาะตอนเธอเฉียดมา ใกล้ๆ

อยากให้เธออยู่นานกว่านี้ เผื่อว่าฉันจะกล้าเปิดใจ
แต่ยิ่งใกล้กับเธอเท่าไร ยิ่งเหมือนเดิม

ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ก็ใจไม่กล้าจะเริ่ม
แต่ถ้าฉันต้องเป็นแบบเดิมทุกที

แต่รู้ไหม ก่อนนอนก็มีแต่เธอ
จะตื่นขึ้นมาก็เจอ ภาพเธออยู่ในใจนี้
และรู้ไหม ฉันคิดถึงเธอทุกที่
คนเงียบๆ คนนี้ นั้นรอคอยจะตอบเธอ

แต่คงไม่มีค่าอะไร เพราะทุกครั้งที่ฉันได้เจอ
ก็ยังคงไม่กล้าเสมอเหมือนเคย
ได้แต่หวังคงมีสักวัน คนที่ดูเงียบๆ เฉยๆ
คงจะกล้าเปิดเผยได้เลยสักที

แต่รู้ไหม ก่อนนอนก็มีแต่เธอ
จะตื่นขึ้นมาก็เจอ ภาพเธออยู่ในใจนี้
และรู้ไหม ฉันคิดถึงเธอทุกที่
คนเงียบๆ คนนี้ นั้นรอคอยจะตอบเธอ

แต่คงไม่มีค่าอะไร เพราะทุกครั้งที่ฉันได้เจอ
ก็ยังคงไม่กล้าเสมอเหมือนเคย
ได้แต่หวังคงมีสักวัน คนที่ดูเงียบๆ เฉยๆ
คงจะกล้าเปิดเผยได้เลยสักที

และวันนั้นเธอคงเข้าใจ ฉันดี
 
เป็นไงบ้างครับ เพลงได้อารมณ์มากๆเลยช่ายม้า
เค้าใช้วง Standard แบบ Jazz เลย เป็น Piano Trio คือมีเครื่องดนตรี 3 ชิ้นได้แก่ piano, Drum set, Bass
ถ้าคนที่ชอบเปียโน หรือชอบ Jazz ก็จะเข้าถึงเพลงนี้ได้ง่าย แต่ถ้าใครเป็นแนว String ก็อาจจะไม่ชอบเพลงนี้นัก
 
สำหรับใครที่ฟังเนื้อเพลงแล้วโดน ก็อย่ามัวปล่อยให้ใครคนนั้น เฉียดไป เฉียดมา นะครับ
เดี๋ยวจะโดน มคปด นะ  รีบๆเปิดเผยไปเลย เค้าอาจจะเห็นความกล้าของเราก็ได้
 
เป็นความกล้าแบบ "ได้เลย จอร์จ" อิอิ  :P 
 
 
 
4月9日

ไม่มีวันอยู่แล้ว

 
อ้วนนนนนน .... !!!!!!!!

ช่วงนี้  รู้สึกอึดอัดยังไงไม่รู้ชอบกล
เสื้อผ้าที่เคยใส่สบายๆ ตอนนี้ อะไรๆ ก็ใส่แล้ว คับๆ ไปหมด โดยเฉพาะกางเกง
หรือเสื้อผ้ามันพร้อมใจกันหดตัวรับสงกรานต์
.... จริงๆ คือเราอ้วนขึ้นนี่เอง

ก็แหงล่ะ กินแล้วก็นอน ไม่ออกกำลังกายอีกต่างหาก
ตอนเปิดเทอม ยังได้นัดเพื่อนๆไปตีแบดกันบ้าง ปิดเทอมนี่ นอนอุตุ อยู่บ้านเลย เหอะๆๆ (มีความสุข)
สงสัยต้องกินให้น้อยลงแล้วล่ะ

เคยได้รับ Forward Mail มาอันนึงเหมือนกัน เกี่ยวกับสูตรลดความอ้วนเนี่ยล่ะ
เอาไปปรึกษาผู้รู้ ก็บอกว่าได้ผล
นั่นคือ สูตรลด Carbohydrate นั่นเอง ... (แปลเป็นไทยว่า ลดแป้ง และ น้ำตาลนั้นเอง)
เค้าว่ากันว่า ที่คนเราอ้วนเนี่ย  เพราะว่ากินแป้งกะน้ำตาลเยอะไป เลยเหลือเป็นส่วนเกิน
ให้กิน เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ให้มากขึ้น (ไขมันเค้าว่า กินเท่าเดิมนะ แต่... ในความเห็นส่วนตัว ลดด้วยก็ดี)
แล้วก็จะผอมลงเอง โอ้ว...  จอร์จ จิงง่ะ ฟังฟังง่ายมากเลย

แต่มีผลข้างเคียงเหมือนกัน คือว่า พอเรากิน Carbohydrate น้อยลงแล้ว จะปวดหัว
เพราะว่าสมองขาดน้ำตาล งืม ..... ต้องค่อยๆลด อย่าลดแบบหักดิบ ไม่งั้นจะเป็นอันตรายได้
.... เข้าใจละ ต่อไปจะกินแป้งกะน้ำตาลให้น้อยลงละกัน แล้วก็จะหาโอกาสออกกำลังกายด้วย

ตอนนี้ ที่ห้องนอน แอร์เสีย ...  (หมายถึง เครื่องปรับอากาศ นะครับ ไม่ใช่ แอร์โฮสเตส -_-")
ต้องขนที่นอน ลงมานอนกันที่ห้องรับแขกที่บ้าน ...  อนาถ จริง ...
เอาเหอะ  ใช้งานมันมา 15 ปีแล้ว แทบไม่เคยได้หยุดพักเลย ใช้งานมันทุกวัน
มันจะงอแงบ้าง เราก็เข้าใจ  แต่อย่างอแงนานนะ ซ่อมแล้วก็รีบๆหายล่ะ

เออ ...  ช่วงนี้ มีโฆษณา ชุดหนึ่ง ที่อาจจะช่วยลดความอ้วนได้ ....
เพราะว่า ดูทีไร จะอ๊วก ทุกที ไม่ไหวแล้ว มัน .... ...  ...   ...     ไม่ไหวแล้ว (ไม่รู้จะบรรยายยังไง)
มันคือ โฆษณา Rexona for Men ...   ว่างๆไปหาดูเอานะครับ  แต่สำหรับผม  อย่าให้ต้องดูอีกเลย รับไม่ได้ เหอะๆ

ตอนนี้ เพลงออกใหม่เพียบเลย ...
แต่เป็นศิลปินผู้หญิงทั้งนั้น .... แล้วเราจะเอาเพลงอะไรมาเขียน Blog ล่ะ เหอะๆ....
ก็ต้องกลับไปหาเพลงเก่า ศิลปินเก่า อัลบั้มเก่าละ อิอิ  แต่ว่า เพลงมันก็ฟังทันสมัย อยู่ เสมอนะ
ฟังกี่ที ก็ยังเพราะ เพราะว่า เพลงมันน่ารักดี ทั้งเนื้อร้องด้วย แล้วก็ดนตรีประกอบ

เพลง : ไม่มีวันอยู่แล้ว 
ศิลปิน : โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร
อัลบัม : Living In C Major

ฉันยังไม่รู้จริงๆ ไม่รู้จริงๆ ว่าจะพูดยังไง
ให้เธอได้รู้สักที และให้เธอหยุดสงสัย

ว่าที่เธอพูดถึง เรื่องของฉันกับเขา
แต่เรื่องของเรา กลับไม่เคยเข้าใจ
ว่าตัวฉันเอง คิดกับเธออย่างไร

ในทุกๆ วันของฉัน มีแค่เธอ
จะตื่น จะนอน นั่งหรือยืน ก็คิดถึงเธอ
อย่าพยายามจะคิด ว่าฉันนั้นไม่ได้รักเธอ
เพราะมันไม่มีวันอยู่แล้ว

ไม่มีอะไรจริงๆ ไม่มีจริงๆ ไม่ว่าใคร ๆ
ฉันไม่สนใจใครเลย ได้โปรดหยุดความสงสัย

ว่าที่เธอพูดถึง เรื่องของฉันกับเขา
แต่เรื่องของเรา กลับไม่เคยเข้าใจ
ว่าตัวฉันเอง คิดกับเธออย่างไร

ในทุกๆ วันของฉัน มีแค่เธอ
จะตื่น จะนอน นั่งหรือยืน ก็คิดถึงเธอ
อย่าพยายามจะคิด ว่าฉันนั้นไม่ได้รักเธอ
เพราะมันไม่มีวันอยู่แล้ว

ในทุกๆ วันของฉัน มีแค่เธอ
จะตื่น จะนอน นั่งหรือยืน ก็คิดถึงเธอ
อย่าพยายามจะคิด ว่าฉันนั้นไม่ได้รักเธอ
เพราะมันไม่มีวัน....

ในทุกๆ วันของฉัน มีแค่เธอ
จะตื่น จะนอน นั่งหรือยืน ก็คิดถึงเธอ
อย่าพยายามจะคิด ว่าฉันนั้นไม่ได้รักเธอ
เพราะมันไม่มีวัน...อยู่แล้ว

ไม่มีวันอยู่แล้ว...
ไม่มีทางอยู่แล้ว...
เพราะฉันรักเธออยู่แล้ว...
 
 
อิอิ  เพลงน่ารักดีเนอะ ยิ่งท่อนเด็ดของเพลงที่ว่า
.... อย่าพยายามจะคิดว่าฉันนั้นไม่ได้รักเธอ เพราะมันไม่มีวันอยู่แล้ว ....
โอ้ววว  ชอบ  คิดได้ไง เพระาว่า  เราไม่มีวันมีปัญญาคิดเนื้อเพลงได้อย่างงี้อยู่แล้ว เหอะๆ

แต่ว่า มันตะหงิดที่เสียง Harpsichord มันตะหงิดๆ
ก็เข้าใจว่า มันเล่นเสียงยาวไม่ได้ เลยต้อง Trill ....  งงมั้ยครับ
หมายถึงว่า เวลาเล่นโน๊ตตัว โด ไป 1 ครั้งเนี่ย  เสียงมันก็จะ หายไปเลย มันไม่มีเสียงค้างไว้
ถ้าต้องการเสียง ยาวๆ ต้องกด โด เร โด เร โด เร โด เร โด เร   เงี้ย ..... (งง กว่าเดิม มะ)

ฟังแรกๆ ก็ ตะหงิดๆ  ....แต่พอฟังไปมา ก็เริ่มรู้สึกเข้าท่า ...  แต่พอฟังซ้ำไปซ้ำมามากๆ เริ่มรู้สึกรำคาญ Harpsichord -_-'
มันเล่นแล้ว แบบว่า... ฟังแล้ว คันๆ ยังไงพิกล ยิ่งท่อน Solo เนี่ย ...  เหอะๆๆ โอ้ย ยิ่งฟัง ยิ่งคัน

จริงๆแล้ว ผมชอบเพลงของโต๋เนี่ย ชอบเพราะว่าบรรเลงด้วย เปียโน เยอะละมั้ง
เพราะว่า เราเองก็เล่นเปียโน แล้วก็ ชอบเสียงเปียโน ก็เลยชอบเพลงในอัลบั้มนี้ หลายๆเพลง
โดยเฉพาะเพลงที่ มีเปียโนเล่นด้วย ก็เลยชอบมากเป็นพิเศษ
(เอ่อ เพลงนี้ ใช้ Harpsichord ก็ถือว่าเป็น piano ไปด้วยละกัน อิอิ)
จริงๆ แอบชอบเพลง เฉียด มากๆนะ ชอบ Chord ท่อน Hook อ่ะ
ใครที่ยังไม่ได้ฟังเพลงในอัลบั้มนี้ ก็ลองไปหาฟังดูนะครับ

สัปดาห์หน้า สงกรานต์แล้ว  สงกรานต์นี้ ไปเที่ยวไหน ก็ระวังอุบัติเหตุ นะครับ
เที่ยวสนุกๆ ก็อย่าลืมความปลอดภัย ในชีวิต ทรัพย์สิน และหัวใจ นะครับ (แหวะ เสี่ยว อุอุ)
4月3日

ให้เธอ (พักร้อน)

 
อ๊ากกกก   ร้อนน......

ช่วงนี้ อากาศร้อนได้อย่างไม่น่าเชื่อเลย จอร์จ
1 - 2 สัปดาห์นี้ ทีแรกก็คิดว่า อากาศคงไม่สามารถร้อนไปได้มากกว่านี้แล้ว
ถ้าร้อนกว่านี้ ต้องมีคนไทยร้อนตาย ออกข่าวหน้าหนังสือพิมพ์แน่เลย

... แต่มันก็ยังร้อนขึ้นไปได้อีกเรื่อยๆ -_-'  ... แต่ไม่ยักกะมีข่าวคนร้อนตายแฮะ ...
เราก็ลืมนึกไปว่า มันก็คงเหมือนหุ้นล่ะ ถึงหุ้นมันจะราคาตกไปมาก
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า มันจะไม่ลงไปมากกว่านี้แล้ว ...
พอดีว่า ช่วงนี้ทำตัวเป็นเด็กดอยอ่าครับ ... ที่อยู่ดอยนะ ไม่ใช่ผมนะครับ แต่เป็นหุ้นครับ  หุ้นติดดอย T_T

ร้อนๆอย่างนี้ ก็ชักอยากแช่ตัวอยู่ในน้ำนานๆ แฮะ (ทีตอนหน้าหนาว ไม่อยากอาบน้ำ เพราะว่าหนาวจัด เหอะๆ)
ทำให้คิดขึ้นมาได้ ว่า ... มันก็ใกล้สงกรานต์แล้วนี่นา เนอะ ... ชักอยากเล่นน้ำสงกรานต์แล้วสิ
ปีๆนึกผ่านไปเร็วจังเลย
ปีที่แล้ว สงกรานต์ไปเที่ยวเชียงใหม่ (ลองอ่านดูใน Blog ตอนเก่าๆ นะครับ)
ยังรู้สึกเหมือนกับมันเพิ่งผ่านไปเมื่อวานนี้เองอยู่ แต่สงกรานต์ปีนี้ ยังไม่มีโปรแกรมจะออกไปเที่ยวที่ไหนแฮะ
ร้อนเกินไปแล้ว นอนพักร้อนอยู่บ้านดีกว่า เหอะๆ...

ว่าไปแล้วก็เลยหยิบเพลงขึ้นมาพักแก้ร้อนดีกว่า .. นี่เลย อัสนี-วสันต์ อัลบั้ม พักร้อน (โห ชื่อ เข้าบรรยากาศมาก)
ดนตรีของเค้า อัลบั้มนี้ ทำออกมา ฟังสบายๆ เป็น Acoustic version ซะเป็นส่วนมาก
ทั่วๆไป ก็เหมือนเดิมครับ เอาเพลงเก่ามาทำให้ ฟังสบายๆ ไม่ต้องคิดมาก

แต่มันก็มีบางเพลงเหมือนกัน ที่ฟังแล้ว มันแหม่งๆ เหน่อๆ เช่น เพลง Track แรกเลย เพลง ยินยอม
"เกิดมา ก็เป็น คนหนึ่ง.." แต่เค้าร้องคำว่า หนึ่ง ฟังแล้ว เหน่อๆ ... อืม เหน่อทุกที่เลยด้วย จงใจป่าวเนี่ย
... สงสัย จงใจร้องเหน่อ ให้คนฟัง ฟังแล้ว หนาวๆในความเหน่อ คลายร้อน (เค้าฉลาดเนอะ)

เพลงที่ผมชอบที่สุดในอัลบั้ม ต้องเพลงนี้เลยครับ โอ้ววว

ศิลปิน : วสันต์ โชติกุล
คำร้อง : เรวัต พุทธินันทน์
ทำนอง/เรียบเรียง : วสันต์ โชติกุล

ฟ้า และท้องทะเลกับลม นั้นมี อยู่
แต่ใครจะรู้ จะรู้ว่ามีอะไร ในใจ ฉัน
ก็คงจะมีอะไร ไวัให้กัน
ก็คงจะมีตะวัน ที่สดใส
ก็คงมีเดือนและดาว ดวงนั้น ที่เธอ ฝันใฝ่

ฟ้า และท้องทะเลกับลม นั้นรู้ อยู่
และเธอก็รู้ ก็รู้ว่ามีแต่เธอ ในใจ ฉัน
จะเก็บเอาความห่วงใย ไว้ให้ กัน
เก็บเอาคืนและวัน ที่ดี ไว้
เก็บเอาเดือนและดาว ดวงนั้น ที่เธอ ฝันใฝ่
มาให้เธอ

จะรัก เพียงเธอ
และพร้อมจะทำให้เธอ สดใส
ฉัน มั่นใจ เรามีอะไรอะไร ที่เข้ากัน
ก็คงจะมีแต่เธอ ที่รู้ ใจกัน
ก็คงจะมีแต่เธอ เท่านั้น
ก็เธอคือดวงตะวัน ที่ฉันนั้นมีอยู่เต็ม หัวใจ

แม้ ดินฟ้าจะเป็นอย่างไร ก็ยัง อยู่
ก็ใจมันรู้ มันรู้ว่ามีสิ่งเดียว คือเธอ นั้น
จะเก็บเอาความห่วงใย ไว้ให้ กัน
จะเก็บเอาคืนและวัน ที่ซึ้ง ใจ
เก็บเอาเดือนและดาว ดวงนั้น ที่เธอ ฝันใฝ่
มาให้เธอ ...
 

อ้า....  ฟังแล้วคิดถึงทะเลจังเลย
อิจฉาคนได้ไปเที่ยวทะเลจังเลย ... ขอเกาะไปด้วยได้ม้า .... หรือขอไปเกาะก็ได้ (งง มะ)
แต่เตือนไว้ก่อนว่า ไปเที่ยวทะเล ระวังกลับมาแล้วดำนะ ทา Sunblock ด้วย

ร้อนนี้ ก็ขอให้ถึงจะร้อน ก็ก็ร้อนตัว อย่าร้อนใจนะ ทำอะไร ใจเย็นๆ
ร้อนๆงี้ หงุดหงิดง่าย มีอะไรค่อยๆพูด ค่อยๆจา กันน้า

ส่วนผม จะหนีไปหลบร้อนแล้วละ ผมยิ่งเป็นพวกทนหนาว ไม่ทนร้อนอยู่
สงสัยชาติที่แล้ว เกิดเป็นหมีขั้วโลกมั้ง ร้อนจังเลย  ง้าาาาาาาา ...........

 
3月13日

พรหมลิขิต

ช่วงนี้อากาศแปรปรวนมากๆเลย เดี๋ยวก็ร้อน เดี๋ยวก็เย็น เดี๋ยวก็ฝนตก
แถมฝนตกได้น่ารักมากๆ ตอนเราอยู่ในตึก มันไม่ตก มาตกตอนที่เราเดินทาง พอเราถึงที่ที่จะไปแล้วก็หยุดตก ... -_-'
 
เอาเหอะๆ ประเทศไทยก็งี้ล่ะครับ มีอะไรแปลกๆ
อยู่ที่ กทม ก็ยังดีกว่าอยู่ที่อื่น เช่น เชียงใหม่ เพราะว่าตอนนี้มีหมอกควันปกคลุมทั้งจังหวัด
ปกคลุมมากว่า 2 สัปดาห์แล้ว ผู้คนในเมืองก็เริ่มเป็นโรคระบบทางเดินหายใจกันแล้ว
ทางราชการก็กำลังเตรียมทำฝนหลวงเพื่อช่วยชะล้างมลพิษในอากาศให้ชาวเมืองกันแล้ว ... (ประโยคนี้ฟังแปลกๆป่าวหว่า)
 
เปลี่ยนเรื่องกันเหอะ :P
ตอนนี้ มีละครที่เพิ่งอวสานไปเมื่อไม่กี่วันมานี้
เป็นละครช่อง 7 แนว Action ที่เจ๋งมากๆ ยิงกันแหลก บู๊ล้างผลาญ
ผมกะลังหมายถึงเรื่อง คมฅน นั่นเอง (ภาษาอังกฤษ มันแปลว่า The Hero ... มันเกี่ยวยังไงหว่า.. ก็ดีกว่า Sharp Man ละมั้ง)
เรื่องนี้เป็นภาคต่อของละครเรื่อง จิตสังหารกะ เดือนเดือดด้วย ซึ่ง 2 เรื่องข้างหน้า ผมดูด้วย
โดยเฉพาะเรื่องจิตสังหาร เรียกว่าติดงอมแงมทีเดียว
แต่เรื่องคมคนเนี่ย ไม่ค่อยได้ดู เพราะว่ามันดันมาชนกะเรื่อง คุณยายสายเดี่ยว ช่อง 3
ซึ่งน้องสาว กะ แม่ผม ติดงอมแงมเช่นกัน ผมก็หลีก เหอะๆ...  อดดูเลย
 
เรื่อง คมฅน เนี่ย เวลาจบ เค้าก็จะเปิดเพลงเพลงนึ่ง ซึ่งเพราะมากๆเลย
ทีแรกก็ไม่รู้ว่าเป็นเพลงอะไรหรอกครับ รู้แต่ว่าเพลงมันเนื้อเพลงเจ๋งดี
แต่เสียงร้องแล้วก็สไตล์ดนตรีมันคุ้นๆแฮะ เหมือนวงอะไรสักวง ที่ตูด ใหญ่ๆ 
 
ต่อมา ถึงเพิ่งรู้ว่า เออ นี่มันคือเพลงของมนุษย์ตูดใหญ่ นี่เอง
ชื่อว่า เพลงพรหมลิขิต นั่นเอง (อ่านว่า พรม-ลิ-ขิด นะคับ ไม่ใช่ พอน-หม-ลิ-ขิด ... จะมีใครอ่านผิดมั้ยเนี่ย)
 
ยิ่งได้ดู MV เพลงนี้ ยิ่งประทับใจใหญ่
เค้าเอาคู่รัก 50 คู่ มาถ่าย MV แล้วก็มีคำสัมภาษณ์ซึ้งๆ ใน MV ด้วย
MV นี้ก็เลยกะลังดัง ระบาดหนักใน Internet ตอนนี้
ก้อเลยเอามาแบ่งให้ฟังดูครับ เผื่อว่าจะมีใครยังไม่เคยฟัง หรือไม่เคยดู MV
 
 
http://www.youtube.com/watch?v=qoBa9M8vvRs
http://www.thaivdoclip.com/home_vdo_clip_vote.php?id=2133
http://bignose.exteen.com/20070216/music-video-mv-big-ass
 
ชื่อเพลง/Title : พรหมลิขิต
ศิลปิน/Artist : Big Ass
อัลบั้ม/Album : Begins

เหม่อมองบนฟ้าไกล จ้องมองด้วยความสงสัย
ว่าใครกันนะใคร ที่พาให้เธอเดินหลงทางมาเจอกับฉัน

มีคนเป็นล้านคน ช่างไร้เหตุผลจริงๆ ที่เราเจอกัน
จากเป็นคนไม่เชื่ออะไร สุดท้ายก็ได้แต่ถามตัวเองซ้ำๆ

* ตกลงคือพรหมลิขิตใช่ไหม ที่เขียนให้เป็นอย่างนั้น
ตกลงให้เรารักกันใช่มั้ย อย่างนั้นขอได้ หรือไม่
โปรดอย่าทำให้เราพลัดพราก ให้เรารักกัน เนิ่นนานถึงจนวันตาย
ฉันขอได้ไหม

เมื่อก่อนลมหายใจ ก็คิดว่าเป็นของฉัน
แต่พอได้พบเธอ เพิ่งรู้จริงๆ ลมหายใจคือเธอเท่านั้น

มีคนเป็นล้านคน ช่างไร้เหตุผลจริงๆ ที่เราเจอกัน
จากเป็นคนที่ไม่เชื่ออะไร สุดท้ายก็ได้แต่ถามตัวเองอีกครั้ง

(*)

คนมีอีกเป็นล้านคน ไม่มีเหตุผล ที่เธอต้องเลือกฉัน
จากเป็นคนที่ไม่เชื่ออะไร สุดท้ายก็ได้แต่ถามตัวเองอีกครั้ง

(*)

ฉันขอได้ไหม
 
 
โอ้ว ฟังแล้วซึ้งดีเนอะ
แต่คนมีแฟนแล้ว น่าจะฟังซึ้งกว่าคนยังไม่มีนะ (อย่างเช่นเรา ฟังแล้ว ซึ้ง....  โฮะๆๆๆๆ)
 
เมื่อคิดให้ดีโลกนี้ประหลาด ทำให้คน 2 คนได้มาเจอกัน แล้วก็รักกัน
หากจะคิดในแง่ความน่าจะเป็นเนี่ย คงจะน้อยมากๆ
เพราะความน่าจะเป็นในกรณีนี้ ช่างต่ำเหลือเกิน
คิดเอาแค่ในเพลง ที่ว่า "มีคนเป็นล้านคน"  ดังนั้น n ในที่นี้ จะสมมติให้เป็น 1,000,000
 
ความน่าจะเป็นก็จะเป็น  1 / C 1000000,2  ซึ่งคือได้ค่าน้อยมากๆ จนเข้าใกล้ 0 (คงคิดกันเป็นนะคร้าบบ)
แต่ในความเป็นจริง คนไทยมี 70 ล้านคน  และประชาการโลกก็มีเป็นพันๆล้านคน ค่าความน่าจะเป็นก็ยิ่งน้อยมากๆเข้าไปกันใหญ่
 
เห็นมั้ย ว่าการที่เราจะได้เจอกันใครสักคนที่ใช่สำหรับเรา มันยากมากๆเลย (ไม่เชื่อ ลองนั่งคำนวณดูสิ)
หากว่าเราได้เจอคนๆนั้นแล้ว ก็คงต้องรักษาน้ำใจกัน ดูแลกัน อยู่ด้วยกันไปจนตายจากกัน
 
อืม... พระพรหมเนี่ย คิดไปคิดมา .... ฝรั่งเค้าบอกว่าเทพที่สร้างความรักคือ Cupid
เอ ... หรือว่า Cupid แปลว่าพระพรหม รึป่าว.... ไม่น่าใช่ เพราะว่า Cupid แปลว่า กามเทพ นี่นา
คิดไปคิดมา ... ประชากรโลกเยอะขึ้นทุกวันๆ  พระพรหมคงทำงานไม่ไหว
เลยต้องมีลูกน้อง คือ Cupid มาช่วยทำงาน แล้ว Cupid ก็คงมีเยอะทีเดียว
แล้วก็คงแบ่งกันทำงาน ส่งไปอยู่ที่เมืองจีน กะ อินเดียเยอะหน่อย :P ..... ว่ากันไปนั่น
 
ส่วนตัวแล้ว ผมเชื่อว่า การที่คนเรา 2 คน ได้เจอกัน ได้รักกัน คงเป็นฝีมือพระพรหมจริงๆนั่นล่ะ
แต่ว่าเมื่อได้เจอกันและรักกันแล้ว จะรักกันและอยู่ด้วยกันจนวันตายเนี่ย ไม่ใช่ฝีมือพระพรหมหรอก
แต่เป็นฝีมือ คน 2 คน ต่างหาก ที่จะทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น
 
จะว่าไป พระพรหมเนี่ยไม่รับผิดชอบเลย .... จับคู่คน 2 คนให้มาเจอกันแล้วก็ชิ่งหนีไปเลย
ปล่อยให้เป็นความรับผิดชอบของคู่รัก ที่จะต้องดูแลกันเอง
 
....  แต่ผมก็ยินดีนะ .... ที่จะรับผิดชอบไปตราบนานเท่านาน :D .... 

 

3月5日

อะไรก็ได้

 ช่วงนี้รู้สึกจังเลย ว่าว่างๆ (ทั้งๆที่จริงๆก็ไม่ค่อยว่างไหร่อ่ะนะ ดองงานไว้เพียบเลย)
เพราะว่าสอบ Final เสร็จไปแล้ว สบายใจจังเลย เราก็ปิดเทอมแล้วสินะ
 
ไม่คิดเลยจริงๆ ว่าชีวิตนี้ จะได้ปิดเทอมอีกครั้ง ตั้งแต่เรียนจบ ป.ตรีมา เมื่อปีที่แล้ว
(จริงๆ คือปีกว่าๆ นะครับ) แต่ปิดเทอมคราวนี้ต่างไปนิดหน่อย
คือรู้สึกว่า ยังไงก็ต้องนั่งทำงานวิจัยอยู่ดี ไม่ได้ว่างแบบว่า หลั่นล้า เตรียมตัวเที่ยวเหมือนครั้งที่แล้ว
เพราะว่าถ้าไม่วิจัย ก็ไม่มี Thesis จะจบ มันไม่เหมือน ป.ตรี นี่นา  ที่เรียนๆ สอบๆ ก็จบแล้ว สบายๆ
 
อีกอย่าง เดี๋ยวปิดเทอมก็ยังต้องไปมหาลัยเรื่อยๆอยู่ดี ทั้งไปวิจัย แล้วก็ไปชมรมด้วย
แค่คิดว่าจะต้องไปชมรม ก็แอบเหนื่อยเหมือนกันน้า
เพราะว่าทุกๆปีที่ผ่านไป พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ เราจบไปแล้ว แต่เรายังคงรู้สึกเหมือนกับอยู่ที่เดิม
มีรุ่นน้องใหม่ๆเข้ามาทุกปี แล้วเราก็ต้องฝึกน้องๆ ร้องเพลง สอนทฤษฎีให้ วนไปวนมา
ชักจะเข้าใจความรู้สึกของคนที่เป็นเรือจ้างแล้วสิ ว่ารู้สึกยังไง เหอะๆๆ (จริงๆ รู้สึกตั้งแต่ตอนสอนเปียโนแล้วล่ะ)
 
ว่าไปแล้ว เราเองก็สอนเปียโนมา 5 ปีแล้วสินะ ตั้งแต่อยู่ ปี 1 แน่ะ เหอะๆ (ฟังแล้วแก่เนอะ)
ถึงจะแก่ ก็แก่แต่หน้านะ หัวใจของเรายังเป็นวัยรุ่นอยู่
(รุ่นกลางคนนะ ค่อนไปทางแก่หน่อย สังเกตได้ จากการบ่น แล้วก็การรำลึกความหลัง)
 
จะว่าไปการเป็นครูเนี่ยนะ ความสำเร็จของคนเป็นครู ก็อยู่ที่ความสำเร็จของคนที่เป็นลูกศิษย์นั่นล่ะ
ถึงเราจะอยู่กับที่ แต่ถ้าลูกศิษย์ได้ดี เราก็ภูมิใจไม่ใช่น้อย
ตอนที่ลูกศิษย์ที่ผมสอนคนหนึ่ง ไปแชมป์แข่งขันเปียโนรุ่นกลางเนี่ย ช่างเป็นเวลาที่ยอดเยี่ยมมาก
ดีใจยังกะว่าเราได้แชมป์เองงั้นล่ะ มันดีใจอย่างบอกไม่ถูก
แต่เวลาที่ลูกศิษย์เราตกรอบ หรือได้ ที่ 2 เนี่ยมันก็เสียใจอ่านะ
แต่ใจนึงเราก็ดีใจเหมือนกัน ที่อย่างน้อยเค้าได้รู้จักความล้มเหลวและความไม่สมหวัง
 
จริงๆ แล้ว ผลการแข่งขัน มันจะอะไรก็ได้ล่ะ ไม่ว่าชนะหรือแพ้ มันก็เป็นประสบการณ์ที่ดีทั้งนั้น
ชีวิตคนเรามันย่อมมีทั้งแพ้แล้วก็ชนะผสมๆ กันไป เพียงแต่ว่าเราจะเอามันมาพัฒนาตัวองได้ดีแค่ไหนเท่านั้นเอง
(ยิ่งพูด ยิ่งฟังดูแก่ เหอะๆ สงสัย เราชักจะสอนเปียโนมาเกินไปซะแล้ว)
 
แต่ที่คอรัสเนี่ย เราเองก็เบื่อๆเหมือนกันนะ
เพระว่า เวลาที่เราสอนเปียโนเนี่ย เด็กๆที่มาเรียน ส่วนใหญ่มาเพราะว่าสมัครใจทั้งนั้น
ก็ต้องจ่ายตังค์มาเรียนนี่นา ดังนั้น เวลามาเรียน ก็เลยตั้งใจกันมา เวลาเราสอนก็สอนได้เต็มที่
แต่ที่คอรัสเนี่ยสิ จริงๆ ก็สมัครใจกันมานะ แต่ว่าก็ยังมีคนบางคนที่ถือว่าสมัครใจมา ดังนั้นจะมาหรือไม่มาก็ได้
เวลาอยู่ที่คอรัสเนี่ย มีคนตั้งใจ 10 คน แล้วมีคนทำตัวน่าเบื่อสัก 2-3 คนเนี่ย เราก็เซ็งแล้ว
เพราะว่า มันก็ซ้อมไม่ได้ ถ้าคนไม่ครบอ่ะ สงสัย ต้องทำแบบสอนเปียโนมั่งแล้ว
คือต้องเก็บตังค่าเข้ากิจกรรม คนจะได้มาซ้อมกับครบๆ
ถ้าใครไม่อยากมาก็จะได้ไม่ต้องมาไม่ต้องจ่ายตัง :P เป็นความคิดที่ดีมะ
 
สุดท้ายก็ตัวเรานั่นล่ะมั้ง ที่ต้องรู้จักปล่อยวาง ทำตัวซะว่า อะไรก็ได้ซะบ้าง
เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ซะบ้าง เหอะๆ อืม ... เป็นความคิดที่ดีนีนา
หนีไปทำไร่ไถนาตอนปิดเทอม แล้วให้น้องๆ ดูแลกันเองมั่ง ท่าจะดี :P
(วันนี้ พาดพิงถึงคอรัสซะเยอะ เอ่อ หวังว่าคนที่เข้ามาอ่าน จะไม่คิดมากนะครับ แค่คนแก่ขี้บ่น จะเอาอารายมาก :P)
 
สุดท้ายก็อย่างว่าละครับ เข้าสู่แก่นแท้ทางธรรมของพระพุทธเจ้า
เรื่องบางเรื่อง เราคงไปกำหนดกะเกณฑ์ ให้มันเป็นอย่างที่เราต้องการไม่ได้หรอก
ก็ต้องปล่อยให้มันเป็นไป ตามที่มันควรจะเป็น แล้วทำใจยอมรับมันซะบ้าง
พูดไปพูดมา ก็เลยนึกถึงเพลงนี้ ซะเลย นี่แน่ะ ....
 
 
 
ศิลปิน : โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร
อัลบั้ม : Living in C major
 
อะไรก็ได้ ให้ฉันทำอะไรก็ได้
ขอแค่มีเธออยู่ข้างๆกาย แค่นั้นก็พอ

ที่ไหนก็ได้ ฉันจะไปโดยไม่รั้งรอ
ขแค่มีเธออยู่ก็พอ เท่านั้นจริงๆ
ยอมฉันยอมแม้จะต้องแลกอะไร
ต้องสูญเสียเท่าไหร่ ฉันก็ยอมทิ้ง
ขอ ฉันขอให้เธอตกลง ฉันขอให้เธอตกลงรับปาก
สักคำได้ไหมว่าเธอจะยอมเปิดหัวใจ
และไม่ว่าจะนานเท่าไหร่ ต้องรออีกสักแค่ไหน
ฉันก็จะยอมเป็นคนอะไรก็ได้ เพื่อเธอ
อะไรก็ได้ ให้ฉันสักแค่ไหนก็ได้
ไม่จำเป็นว่าต้องมากมาย ไม่ว่าเท่าไหร่
แบบไหนก็ได้ แค่ฉันมีเธออยู่ใกล้ๆ
ฉันก็จะเป็นสุขหัวใจ แค่นั้นจริงๆ
และฉันจะรออยู่เสมอ
ฉันก็จะยอมเป็นคน อะไรก็ได้
และจะรักเธอ ไม่ว่ายังไงก็ได้
และรอเป็นคน อะไรก็ได้ ของเธอ

 
อืม ... ฟังเพลงนี้แล้ว ช่างเข้าถึงรสพระธรรมจริงๆเลย
เพลงมันช่างหวานซะไม่มี อะไรก็ได้ ที่ทำให้ฉันมีเธออยู่เคียงข้าง โฮะๆๆ
ฟังเพลงนี้แล้ว คิดถึงคนบางคนจริงๆเลย อิอิ คนที่ร้องเพลงนี้ให้เราฟัง (โฮะๆๆ แอบเขิน)
 
เพลงมันฟังแล้ว คล้ายๆกันเพลง ยอม ของ พี่นภ พรชินำ จริงๆเลย (ไม่ใช่พรชิตา นะ)
คนบางคน ที่เคยมีทิฐิ Ego มากมาย ไม่เคยยอมใคร
แต่เพื่อคนบางคน ก็ยอมทุกอย่าง ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง ยอมลำบาก ยอมอ่อนข้อ ก็เพื่อให้คนอีกคนหนึ่ง มีความสุข
เป็นการทำให้ตัวเองมีความสุขทางอ้อม (คือไม่ใช่ความสุขทางตรงอ่าครับ มีความสุข เพราะเห็นคนอื่นมีความสุข) งงมะ :P
การที่เรายอม ก็คือการที่เรา ยอมเป็นผู้ให้ ก่อนที่จะเป็นผู้รับ นี่ล่ะ คือหัวใจของผู้ที่จะได้รับความสุข ไม่สิ้นสุดในชีวิต
 
วันนี้ เนื้อหาออกไปทางธรรมะ เยอะหน่อย (แล้วก็หนักไปทางขี้บ่น มากๆ) หวังว่าจะไม่เบื่อกันนะ
 
ถ้าอ่านแล้ว เบื่อก็ทำใจซะว่า อะไรก็ได้ ก็แล้วกัน ... ปุ